avalw news
กัญญารัตน์กัญญารัตน์VIEW PROFILE →

ประเทศไทยผงาดสู่ศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค: การลงทุนพุ่งสูง 4.36 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026

tech2026-08-20 · 1 min read · 2 reads

ในปี 2026 ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาค คำขอลงทุนในครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 4.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยภาคดิจิทัล ขณะที่ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมการลงทุนด้านพลังงานสะอาดควบคู่กันไป

ในปี 2026 ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระแสการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

การลงทุนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนภาพการเติบโตอย่างชัดเจน คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศพุ่งสูงถึง 4.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกระจายอยู่ในโครงการทั้งสิ้น 1,299 โครงการ

หัวใจสำคัญของการเติบโตนี้อยู่ที่ภาคดิจิทัล ซึ่งมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองสัดส่วนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาทุกภาคส่วน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้กระจุกตัวอยู่ในเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการสร้างศูนย์ข้อมูล การให้บริการโฮสติ้ง และบริการคลาวด์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของปัญญาประดิษฐ์

ในส่วนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ตัวเลขก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งเช่นกัน คำขอการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 4.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งหมด 877 โครงการ โดยสิงคโปร์เป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 158 โครงการ

ไมโครซอฟท์กับการลงทุนพันล้านดอลลาร์

ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (ภาพประกอบ)
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (ภาพประกอบ)

หนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือแผนของบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งประกาศว่าจะลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศไทยระหว่างปี 2026 ถึง 2028 โดยมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ได้มาตรฐานทั้งในด้านความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

การลงทุนของไมโครซอฟท์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอีกด้วย ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีประชาชนมากกว่า 2 ล้านคนได้รับการฝึกอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ผ่านโครงการต่างๆ ของบริษัท ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมให้กับแรงงานไทยในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศหลายราย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคนิคภายในประเทศ ในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น และทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ของไทย

พลังงานสะอาดเพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์

การเติบโตของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่มาพร้อมกับความต้องการพลังงานมหาศาล ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงเห็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นควบคู่กันไป โดยมีโครงการพลังงานสะอาดถึง 198 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 779.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ

หากพิจารณาภาคพลังงานและสาธารณูปโภคโดยรวม จะพบว่ามีโครงการทั้งสิ้น 221 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 1.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนในพลังงานสะอาดเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ต้องการพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อรองรับการประมวลผลของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานสูง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและอนาคต

การลงทุนครั้งใหญ่นี้คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง มีการประเมินว่าจะเกิดการจ้างงานใหม่มากกว่า 82,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันยังคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้นราว 3.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

เมื่อพิจารณาการกระจายตัวเชิงพื้นที่ พบว่าภาคกลางเป็นภูมิภาคที่ดึงดูดการลงทุนมากที่สุด ด้วยมูลค่า 2.67 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือภาคตะวันออกที่มีมูลค่า 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การกระจายการลงทุนเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของประเทศ

รัฐบาลไทยก็มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเชิงนโยบาย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้วางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นทางเลือกที่เป็นกลางและเป็นมิตรต่อธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อวางกรอบกฎหมายสำหรับการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ

โดยสรุปแล้ว ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการก้าวขึ้นมาของประเทศไทยในเวทีเทคโนโลยีระดับภูมิภาค การผสมผสานระหว่างการลงทุนจากบริษัทระดับโลก การพัฒนาพลังงานสะอาด และการวางนโยบายที่ชัดเจน ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนยังคงเป็นโจทย์สำคัญในอนาคต

กัญญารัตน์
WRITTEN BY THE AUTHOR
กัญญารัตน์
2026-08-20 · 1 min read · 2 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
MORE FROM กัญญารัตน์
Report this articlesupport@avalw.com