กัญญารัตน์VIEW PROFILE →
ไทยผงาดสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน การลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาท แต่รัฐคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์
การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 นำโดยไมโครซอฟท์ที่ทุ่มกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐบาลเริ่มคุมเข้มกฎเกณฑ์เพราะกังวลแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้า
ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกระแสการลงทุนมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อระบบสาธารณูปโภคของประเทศ
การลงทุนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ สะท้อนภาพการเติบโตที่ชัดเจน ในไตรมาสแรกของปี 2026 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีมูลค่าสูงถึง 1.01 ล้านล้านบาท หรือราว 31,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
ที่น่าสนใจคือภาคดิจิทัลกลายเป็นหัวใจหลักของการลงทุนดังกล่าว โดยคำขอในภาคส่วนนี้มีมูลค่ารวมกันถึง 873.7 พันล้านบาท กระจายอยู่ใน 48 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ ตัวเลขนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.2 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี
ไมโครซอฟท์ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่

หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดคือไมโครซอฟท์ ซึ่งประกาศแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศไทย ในช่วงระหว่างปี 2026 ถึง 2028 เม็ดเงินก้อนนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมทั้งให้คำมั่นในเรื่องการใช้พลังงานสะอาดและการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายสำคัญของไทยหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น และทรู ไอดีซี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายแบรด สมิธ ประธานไมโครซอฟท์ ร่วมเป็นสักขีพยาน
ไมโครซอฟท์ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเพียงรายเดียวที่ให้ความสนใจตลาดไทย เพราะยังมีผู้เล่นรายใหญ่อีกหลายรายที่เข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ทั้งกูเกิล อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส และไบต์แดนซ์ การหลั่งไหลเข้ามาของบริษัทเหล่านี้ตอกย้ำถึงศักยภาพและความน่าดึงดูดของประเทศไทยในฐานะทำเลยุทธศาสตร์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค
การพัฒนาทักษะบุคลากรดิจิทัล
นอกเหนือจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแล้ว การพัฒนาบุคลากรก็เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่สำคัญ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 2 ล้านคนได้รับการเสริมสร้างทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ไปแล้ว และยังมีเป้าหมายที่จะยกระดับและมอบใบรับรองให้กับแรงงานอีก 150,000 คน ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานของไทย
ปัจจุบันมีหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ของไมโครซอฟท์เป็นภาษาไทยมากกว่า 280 หลักสูตร ที่เปิดให้เรียนบนแพลตฟอร์มของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทั้งนี้ สถิติการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้งานทั่วโลกยังชี้ให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจน โดยในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีคนวัยทำงานเกือบ 1 ใน 4 ที่ใช้งานเอไอ ขณะที่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ราว 1 ใน 7
แรงกดดันต่อระบบไฟฟ้า
แม้ภาพการลงทุนจะสดใส แต่การเติบโตนี้ก็มาพร้อมกับความกังวลที่จับต้องได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์นั้น อาจสูงถึง 30,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มหาศาลอย่างยิ่ง
เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว รัฐบาลได้เริ่มโครงการนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA ด้วยการจัดสรรกำลังการผลิตเบื้องต้นจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยเฉพาะ นับเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น
รัฐบาลไทยกำลังปรับเปลี่ยนแนวทางการพิจารณาการลงทุน จากเดิมที่เน้นจำนวนและมูลค่าของโครงการ มาสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น หนึ่งในมาตรการที่ชัดเจนคือการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ 5 ถึง 6 บาทต่อหน่วย ซึ่งสูงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าของครัวเรือนทั่วไปที่อยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วยสำหรับการใช้ 200 หน่วยแรก
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเงื่อนไข เช่น การรับประกันการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าล่วงหน้า และการตรวจสอบคัดกรองการลงทุนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น มาตรการเหล่านี้สะท้อนความพยายามของประเทศไทยในการสร้างสมดุลระหว่างการคว้าโอกาสมหาศาลจากยุคปัญญาประดิษฐ์ กับความจำเป็นในการปกป้องความมั่นคงทางพลังงานและทรัพยากรของประเทศในระยะยาว





