avalw news
กัญญารัตน์กัญญารัตน์VIEW PROFILE →

ประเทศไทยเร่งเครื่องสู่การเป็นศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาคในปี 2569

tech2026-08-21 · 1 min read · 2 reads

ในปี 2569 ประเทศไทยเดินหน้ายุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติอย่างจริงจัง ตั้งเป้าสร้างผู้เชี่ยวชาญกว่า 30,000 คน ดึงดูดการลงทุนอย่างน้อย 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570 และผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจจากปัญญาประดิษฐ์ให้ถึงร้อยละ 5 ของจีดีพี

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2569 รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ

แผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ

หัวใจสำคัญของความพยายามนี้คือแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึง 2570 โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 แผนนี้ได้วางเป้าหมายให้ประเทศไทยกลายเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ภายในปี พ.ศ. 2570

แผนปฏิบัติการนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองระยะหลัก โดยระยะแรกในช่วงปี พ.ศ. 2565 ถึง 2566 มุ่งเน้นการวางรากฐานที่จำเป็น ส่วนระยะที่สองในช่วงปี พ.ศ. 2567 ถึง 2570 จะเน้นการขยายผลและการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้อย่างกว้างขวางในทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ที่บูรณาการอย่างสมบูรณ์

ห้าเสาหลักของยุทธศาสตร์

กรอบยุทธศาสตร์ของแผนนี้ประกอบด้วยเสาหลักสำคัญห้าประการ ได้แก่ ประการแรกคือความพร้อมด้านสังคม จริยธรรม กฎหมาย และการกำกับดูแล ประการที่สองคือโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ และประการที่สามคือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการศึกษา ซึ่งทั้งสามด้านนี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในประเทศ

นอกจากนี้ยังมีเสาหลักอีกสองประการที่สำคัญไม่แพ้กัน ได้แก่ ประการที่สี่คือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งครอบคลุมทั้งการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการนำผลงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และประการที่ห้าคือการนำไปใช้และการใช้งานจริง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในวงกว้างทั่วทั้งประเทศ

เป้าหมายด้านบุคลากรและหน่วยงาน

หนึ่งในเป้าหมายที่โดดเด่นของแผนคือการพัฒนาบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยตั้งเป้าสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์มากกว่า 30,000 คน ภายในระยะเวลาหกปี ผ่านโครงการด้านการศึกษาและการฝึกอบรมต่าง ๆ ซึ่งบุคลากรเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ของประเทศในอนาคต

ในด้านการนำไปใช้งาน แผนได้ตั้งเป้าให้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในหน่วยงานอย่างน้อย 600 แห่ง พร้อมกับกรณีการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอีกจำนวนมาก โดยมีแพลตฟอร์มบริการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเป็นกลไกหลักในการให้บริการเครื่องมือและบริการด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับประเทศแก่ทุกภาคส่วน

การลงทุนและเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และเศรษฐกิจดิจิทัล (ภาพประกอบ)
รัฐบาลไทยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และเศรษฐกิจดิจิทัล (ภาพประกอบ)

รัฐบาลไทยยังได้กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนในภาคปัญญาประดิษฐ์ โดยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนอย่างน้อย 100,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือที่เรียกกันว่าจีดีพี

ในภาพรวมของการลงทุนทั้งประเทศ รัฐบาลได้ตั้งเป้าให้สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีอยู่ที่เกือบร้อยละ 30 โดยแบ่งเป็นการลงทุนภาคเอกชนร้อยละ 24 และการลงทุนภาครัฐประมาณร้อยละ 6 ขณะที่ในปี พ.ศ. 2569 สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 22.9 แบ่งเป็นภาครัฐร้อยละ 6.1 และภาคเอกชนร้อยละ 16.8

เป้าหมายทางเศรษฐกิจเหล่านี้เชื่อมโยงกับความพยายามในการผลักดันการเติบโตของจีดีพีให้สูงกว่าร้อยละ 3 และมีความเป็นไปได้ที่จะขยับเข้าใกล้ร้อยละ 4 ในระยะต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายใหญ่ที่ต้องการยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี พ.ศ. 2580

อุตสาหกรรมเป้าหมายแปดกลุ่ม

เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโต รัฐบาลได้กำหนดอุตสาหกรรมสำคัญไว้แปดกลุ่ม พร้อมเป้าหมายการเติบโตที่แตกต่างกันไป ได้แก่ กลุ่มยานยนต์แห่งอนาคตตั้งเป้าร้อยละ 7 กลุ่มอาหารแปรรูปร้อยละ 6 กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงร้อยละ 6 และกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพร้อยละ 6 ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

นอกจากนี้ยังมีอีกสี่กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มการท่องเที่ยวตั้งเป้าร้อยละ 5 กลุ่มการค้าและบริการร้อยละ 5 กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ร้อยละ 3 และกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรร้อยละ 2 การกำหนดเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างรอบด้าน

ความร่วมมือจากภาคเอกชน

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ โดยมีคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วยผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน นำโดยนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบริษัทเอสซีจี นำโดยนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน นำโดยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีเอ็มบีธนชาต ที่ได้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการชุดนี้ด้วย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในลักษณะนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ยุทธศาสตร์ประสบความสำเร็จ

โดยสรุปแล้ว ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค ทั้งการวางยุทธศาสตร์ระดับชาติ การตั้งเป้าหมายด้านบุคลากรและการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือจากภาคเอกชน ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริงและยั่งยืน

กัญญารัตน์
WRITTEN BY THE AUTHOR
กัญญารัตน์
2026-08-21 · 1 min read · 2 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
MORE FROM กัญญารัตน์
Report this articlesupport@avalw.com