กัญญารัตน์VIEW PROFILE →
อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์: ไทยทุ่มงบสร้างสมองกลของตัวเอง
ประเทศไทยเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในด้านปัญญาประดิษฐ์ ด้วยงบประมาณกว่าสองหมื่นห้าพันล้านบาท พร้อมพัฒนาโมเดลภาษาไทยของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยก็ไม่ต้องการที่จะตกขบวนแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ล่าสุดรัฐบาลได้แสดงความมุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน ด้วยการอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นที่สำคัญในเวทีระดับโลกนี้
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกลไปข้างหน้าอย่างชัดเจน โดยไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องการพัฒนาความสามารถของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางภาษา วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง
งบประมาณก้อนใหญ่
จุดเริ่มต้นที่สำคัญของแผนการนี้ คือการที่คณะกรรมการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติได้อนุมัติงบประมาณจากภาครัฐเป็นจำนวนสูงถึงราว 2.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในกรอบการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติสำหรับปีงบประมาณ 2569 ถึง 2570
งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้จะถูกนำไปใช้ในหลากหลายด้านด้วยกัน ทั้งการจัดตั้งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่นำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศให้มีความทันสมัยและพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
ศูนย์ความเป็นเลิศเก้าแห่ง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผนการนี้ คือการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติในหลักการไปแล้วถึงเก้าแห่งด้วยกัน โดยครอบคลุมหลากหลายสาขาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่ด้านการศึกษา งานสร้างสรรค์ นวัตกรรม ไปจนถึงด้านการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาวะ ด้านการผลิต ตลอดจนด้านความปลอดภัยและความมั่นคงอีกด้วย การกระจายความสำคัญไปยังหลากหลายสาขาเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าไทยต้องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
สมองกลที่พูดภาษาไทย
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง คือความพยายามในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าใจภาษาไทยได้อย่างลึกซึ้ง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีโครงการโอเพ่นไทยจีพีที ซึ่งเป็นโมเดลภาษาแบบโอเพ่นซอร์สที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานภาษาไทยโดยเฉพาะ
ล่าสุด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติได้เปิดตัวโมเดลที่มีชื่อว่าไทยแอลแอลเอ็ม ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยขนาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ โดยผ่านการฝึกฝนด้วยข้อมูลมากกว่าหนึ่งแสนล้านโทเคนเลยทีเดียว
อธิปไตยทางเทคโนโลยี
เป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาโมเดลภาษาของตัวเองนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่องของประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงแนวคิดเรื่องอธิปไตยทางเทคโนโลยีอีกด้วย แผนระดับชาติได้ให้การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภายในประเทศ รวมถึงโมเดลภาษาแบบโอเพ่นซอร์สที่พัฒนาโดยคนไทยเอง
แนวทางดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และเก็บรักษาข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของภาครัฐเอาไว้ภายในระบบของประเทศ การลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเช่นนี้ ยังช่วยให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สะท้อนถึงภาษา วัฒนธรรม และลำดับความสำคัญของชาติได้อย่างเหมาะสม
ความท้าทายที่รออยู่
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของไทยก็ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามได้ ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในระยะยาว
นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศเองก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ในหลายกรณี ประเทศไทยยังคงมีสถานะเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีมากกว่าที่จะเป็นผู้พัฒนาอย่างแท้จริง การก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข
ก้าวต่อไปของประเทศ
โดยสรุปแล้ว การลงทุนครั้งใหญ่และการพัฒนาโมเดลภาษาของตัวเอง ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของประเทศไทยในการสร้างรากฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มั่นคง ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับว่าประเทศจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องบุคลากรและเทคโนโลยีได้ดีเพียงใดในระยะยาว






