กัญญารัตน์VIEW PROFILE →
อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์: ไทยเร่งสร้างโมเดลภาษาไทยของตัวเองในปี 2026
ปี 2026 ประเทศไทยเดินหน้าสร้างอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ ด้วยโครงการ ThaiLLM และโมเดลภาษาไทยอย่าง Typhoon เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ บทวิเคราะห์อย่างสงบต่อความคืบหน้าและความท้าทาย
ในฐานะคนที่ติดตามวงการเทคโนโลยีมานาน ผมเรียนรู้ที่จะมองข้ามความตื่นเต้นชั่วครู่ และให้ความสำคัญกับการวางรากฐานที่ยั่งยืน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยปี 2026 คือตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะประเทศกำลังพยายามสร้างสิ่งที่เรียกได้ว่าอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการพัฒนาโมเดลภาษาไทยของตัวเอง แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว
ThaiLLM: โครงสร้างพื้นฐานของชาติ
หัวใจของความเคลื่อนไหวนี้คือโครงการ ThaiLLM ซึ่งเปิดตัวโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เนคเทค และหน่วยงานพันธมิตร โดยมีเป้าหมายให้ระบบสะท้อนภาษา วัฒนธรรม และความสำคัญของไทยอย่างแท้จริง
สี่โมเดลจากคนไทย
สิ่งที่น่าสนใจคือในระยะแรก ThaiLLM เปิดให้ใช้งานผ่านโมเดลย่อยสี่ตัวจากทั้งหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชนไทย ได้แก่ OpenThaiGPT จาก AIEAT, Pathumma จากเนคเทค, Typhoon-S จาก SCB 10X และ THaLLE จาก KBTG การมีหลายโมเดลเช่นนี้สะท้อนถึงระบบนิเวศที่หลากหลาย ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับผู้เล่นรายเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแข่งขันและการพัฒนา
ไต้ฝุ่นกับภาษาไทย
ในบรรดาโมเดลเหล่านี้ Typhoon เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น มันเป็นโครงการวิจัยโอเพนซอร์สที่มุ่งพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ให้เหมาะกับภาษาไทยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเปิดเผยชุดข้อมูล เครื่องมือ และงานวิจัย ในปี 2025 Typhoon ได้ก้าวเข้าสู่การทดลองใช้เป็นแชตบอตในภาครัฐและการนำไปใช้ในภาคการศึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้งานจริงในระดับสถาบัน
ผู้บริโภคพร้อมแล้ว
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือฝั่งผู้ใช้ รายงานการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ของผู้บริโภคจาก SCBX ในต้นปี 2026 ระบุว่าคนไทยใช้เทคโนโลยีนี้ในอัตราที่สูงอยู่แล้ว จนความต้องการของผู้บริโภคไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป สิ่งที่เป็นโจทย์จริงกลับกลายเป็นเรื่องของความไว้วางใจและการออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ ซึ่งเป็นความท้าทายคนละแบบกับการสร้างเทคโนโลยี
มุมมองที่สงบของผม
ท่ามกลางความคืบหน้าเหล่านี้ ผมยังคงระมัดระวัง แผนปฏิบัติการระดับชาติครอบคลุมช่วงปี 2022 ถึง 2027 ทำให้ 2026 เป็นปีแห่งการลงมือทำ แต่การประกาศโครงการกับการใช้งานได้จริงในวงกว้างเป็นคนละเรื่องกัน กระนั้นผมมองว่าทิศทางนี้ดีต่อประเทศ เพราะไทยกำลังสร้างขีดความสามารถของตนเอง โจทย์ที่แท้จริงคือการทำให้โมเดลเหล่านี้มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ต่อผู้คนอย่างยั่งยืน






